BLOG

วิธีต้มไข่ในไมโครเวฟให้ปลอดภัยตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่น

วิธีต้มไข่ในไมโครเวฟให้ปลอดภัยตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่น

เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวคนต้มไข่ในไมโครเวฟและได้รับอุบัติเหตุจากไข่ต้มที่ระเบิดใส่หน้า วันนี้ ANNGLE เลยมาแนะนำวิธีการต้มไข่ในไมโครเวฟให้ปลอดภัยแบบง่ายๆ ตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่นให้ลองเอาไปต้มกันดู และมารู้เหตุผลกันว่าทำไมไข่ถึงระเบิดเมื่อต้มด้วยไมโครเวฟแบบไม่ถูกวิธี

ทำไมไข่ระเบิดเมื่อต้มด้วยไมโครเวฟ

การที่ไข่ระเบิดเมื่อต้มแบบไม่ถูกวิธีโดยไมโครเวฟนั้นเป็นเพราะว่า เมื่อต้มด้วยไมโครเวฟไข่แดงจะร้อนอย่างรวดเร็วทำให้เกิดเป็นไอน้ำข้างในไข่ซึ่งส่งผลให้ไข่แดงขยายตัวเนื่องจากความร้อน และทำให้เปลือกไข่ไม่สามารถต้านทานต่อแรงดันที่เกิดขึ้นและเกิดการระเบิดออกมา นอกจากไข่แล้วอาหารที่มีเยื่อหุ้มต่างๆ เช่น ไส้กรอกและไข่ปลาค็อดเป็นต้น เมื่อให้ความร้อนโดยไมโครเวฟก็จะทำให้ส่วนด้านในขยายตัวเนื่องจากความร้อนและเกิดระเบิดออกมาเช่นกัน

อาหารที่กระจัดกระจายจากการไมโครเวฟ

วิธีการป้องกันไม่ให้ไข่ต้มระเบิด

วิธีการป้องกันไม่ให้ไข่ที่กำลังต้มระเบิดนั้นต้องทำโดยการค่อยๆ ให้ความร้อนแก่ไข่แดงในไข่ ปกติไมโครเวฟนั้นให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทำให้อาหารร้อนอย่างรวดเร็ว การสกัดกั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะช่วยให้ไข่แดงค่อยๆ ร้อนขึ้น

วัสดุที่สกัดกั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ดีคืออลูมิเนียมฟอยล์ ดังนั้นการห่อไข่ด้วยอลูมิเนียมฟอยล์และนำไปต้มในไมโครเวฟจะทำให้ไข่แดงค่อยๆ ร้อนขึ้นและป้องกันการระเบิดของไข่ได้ดี

แต่โดยทั่วไปเมื่อใส่อลูมิเนียมฟอยล์เข้าไปในไมโครเวฟโดยตรงจะทำให้เกิดเปลวไฟขึ้นในไมโครเวฟ วิธีการป้องกันการเกิดเปลวไฟนั้นทำได้โดยการไม่ให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสัมผัสกับอลูมิเนียมฟอยล์โดยตรง นั่นคือต้องเอาไข่ห่ออลูมิเนียมฟอยล์แล้วใส่ในแก้วเซรามิกที่เติมน้ำไว้อีกที

วิธีต้มไข่ให้ปลอดภัยโดยใช้ไมโครเวฟ

วัตถุดิบ

  • ไข่ขนาด M 1 ฟอง
  • แก้วหรือถ้วยเซรามิกทนร้อน 1 ใบ
  • อลูมิเนียมฟอยล์ ขนาดที่หุ้มไข่ได้มิดชิด
  • พลาสติกแรป
  • น้ำ

วิธีการต้ม

1. นำไข่มาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องซักครู่ จากนั้นห่อด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ให้มิดชิด

2. นำไข่ที่ห่อด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ใส่ลงในแก้วเซรามิก เติมน้ำจนท่วมไข่ (ในระหว่างการต้มด้วยไมโครเวฟปริมาณน้ำจะลดลง ดังนั้นต้องเติมน้ำให้มั่นใจว่ามากเพียงพอ) และปิดแก้วด้วยพลาสติกแรปอย่างหลวมๆ

 

ปิดถ้วยเซรามิกอย่างหลวมๆด้วยพลาสติกแรป

3. นำแก้วเซรามิกเข้าไมโครเวฟที่ 600 วัตต์ เป็นเวลา 7-8 นาที จากนั้นจึงนำแก้วออกมาและใช้ที่คีบคีบไข่ออกมา (ขั้นตอนนี้ต้องระวังอย่าให้ความร้อนจากอลูมิเนียมฟอยล์หรือน้ำร้อนลวกมือ) นำไข่แช่น้ำเย็นแล้วปอกรับประทาน หากต้องการให้ไข่แดงสุกดีก็ให้วางรอประมาณ 3 นาที ก่อนจะเอาไข่ออกมาจากอลูมิเนียมฟอยด์ หากใช้ไข่ขนาด L  ก็ต้องเพิ่มเวลาการให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟอีกประมาณ 1-2 นาที

ไข่หลังจากต้มด้วยไมโครเวฟ
นำไข่แช่น้ำเย็น
ไข่ที่ได้จากการต้มด้วยไมโครเวฟ

แม้ว่าวิธีการต้มดังกล่าวจะปลอดภัยตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่น แต่เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยยิ่งขึ้น ก่อนเปิดไมโครเวฟเพื่อเอาไข่ที่ต้มเสร็จออกมาควรระวังค่อยๆ เปิดไมโครเวฟโดยระวังอย่าให้หน้าเราเข้าใกล้ไมโครเวฟมากเกินไป

สำหรับผู้เขียนแล้วก็ยังรู้สึกว่าการต้มไข่ด้วยเตาไฟปลอดภัยและง่ายกว่า แต่หากจำเป็นหรือแก๊สหมดก็ค่อยใช้ต้มด้วยไมโครเวฟแทนค่ะ    สล็อตเว็บตรง

ทำไมผักหน้าหนาวในญี่ปุ่นจึงหวานอร่อยมากกว่าฤดูกาลอื่น

ทำไมผักหน้าหนาวในญี่ปุ่นจึงหวานอร่อยมากกว่าฤดูกาลอื่น

หลายคนคงเคยได้ยินมาว่าผักในญี่ปุ่นมีรสชาติหวานอร่อยเนื่องมาจากดินและสภาวะอากาศที่ดี แต่ผักหลายชนิดนั้นมีรสชาติหวานอร่อยมากในช่วงฤดูหนาว มารู้จักผักอร่อยในหน้าหนาวของญี่ปุ่นและเหตุผลที่ผักหวานอร่อยกันนะคะ

ผักที่หวานอร่อยในหน้าหนาวของญี่ปุ่นและคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย

ในช่วงหน้าหนาวร่างกายคนเราก็มักมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อต่อสู้กับความหนาว ทำให้ระบบต่างๆ ทำงานผิดปกติไปบ้าง เช่น ระบบเผาผลาญอาหารทำงานได้ไม่ดี ระบบย่อยอาหารทำงานได้ลดลง และระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นต้น คนญี่ปุ่นจึงหาตัวช่วยเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงจากการเลือกทานผักต่างๆ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรงต่อสู้กับความหนาวได้ โดยผักต่างๆ ที่คนญี่ปุ่นนิยมทานในช่วงฤดูหนาวและรสชาติหวานอร่อยมีดังนี้

ผักกาดขาว (白菜)

ผักกาดขาวอุดมไปด้วยวิตามินซี แคลเซียม โพแทสเซียม และเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และอาการท้องผูก

หัวไชเท้า (大根)

หัวไชเท้าดิบอุดมไปด้วยเอนไซม์อะไมเลสซึ่งช่วยให้ร่ายกายย่อยสลายแป้งและเสริมหน้าที่การทำงานของระบบย่อยอาหาร อีกทั้งหัวไชเข้าดิบยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

ผักกาดกวางตุ้ง (小松菜)

ผักกวางตุ้งอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินซี ธาตุเหล็ก และแคลเซียม ช่วยป้องกันไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

ต้นหอมญี่ปุ่น (ネギ)

ต้นหอมญี่ปุ่นอุดมไปด้วยสารอัลลิล ซัลไฟด์ (allyl sulfide) ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบี 1 ได้ดี ช่วยป้องกันความเหนื่อยล้า อีกทั้งยังช่วยเสริมให้การไหลเวียนเลือดดี

ผักปวยเล้ง (ほうれん草)

แม้ว่าจะหาผักปวยเล้งทานได้ตลอดทั้งปี แต่ผักปวยเล้งในช่วงฤดูหนาวจะมีรสชาติหวานอร่อยและมีวิตามินซีสูงเป็น 3 เท่าของผักปวยเล้งในช่วงอื่นของปี วิตามินซีจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

เหตุผลที่ผักหวานอร่อยในช่วงฤดูหนาว

โดยปกติองค์ประกอบของผักจะเป็นน้ำมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้ำจะมีจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส หากพืชไม่มีการปรับตัว ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิในตอนกลางคืนต่ำถึง 0 องศาเซลเซียสจะทำให้เซลล์พืชเป็นน้ำแข็งและพืชจะตายเนื่องจากเซลล์ถูกทำลาย เพื่อการอยู่รอดพืชจึงเปลี่ยนแป้งที่สะสมอยู่ในเซลล์ให้เป็นน้ำตาล ซึ่งหากมีน้ำตาลอยู่ในเซลล์พืชสูงจะทำให้จุดเยือกแข็งของผักต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ดังนั้นแม้ว่าอากาศจะหนาวถึง 0 องศาเซลเซียสแต่เซลล์พืชก็ไม่เป็นน้ำแข็ง ทำให้พืชอยู่รอดได้และมีน้ำตาลสะสมให้คนนำมาทานอย่างอร่อย

 

เกษตรกรญี่ปุ่นแถบจังหวัดเขตหนาว เช่น จังหวัดฮอกไกโด ใช้วิธีการนำหิมะมาปกคลุมผักหลายชนิด เช่น กะหล่ำปลีและผักกาดขาว เพื่อให้ผักปรับตัวเพื่อการอยู่รอดโดยการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล และนำมาขายสร้างคุณค่าของผลผลิตทางการเกษตร

แม้แต่ผักก็มีการปรับตัวเพื่อการอยู่รอด ทำให้มนุษย์อย่างเราตระหนักว่าเวลานำผักมาทานนั้นต้องทานให้หมด อย่าเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่า ได้ชื่อว่าผักนั้นมีคุณค่าต่อร่างกายแน่นอนค่ะ          สล็อตเว็บตรง

โมจิมันเทศญี่ปุ่นราดซอสมิตาราชิ ของว่างอร่อยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

โมจิมันเทศญี่ปุ่นราดซอสมิตาราชิ ของว่างอร่อยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ชอบรับประทานมิตาราชิดังโกะ (みたらし団子) ซึ่งเป็นขนมญี่ปุ่นก้อนกลม ทำจากแป้งข้าวเจ้ารสหวานเล็กน้อยราดด้วยซอสรสชาติหวานปนเค็ม ขนมดังโกะชนิดนี้เป็นดังโกะยอดนิยมที่หาซื้อมารับประทานได้ง่ายในญี่ปุ่น โดยซอสราดมิตาราชิเป็นซอสที่ได้จากการเคี่ยวส่วนผสมของน้ำตาลและโชยุซึ่งทำให้ดังโกะและขนมที่ราดด้วยซอสนี้อร่อยมาก วันนี้ ANNGLE มีสูตรของว่างที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพจากมันเทศญี่ปุ่นราดด้วยซอสมิตาราชิมาให้ลองทำ แถมด้วยเกร็ดประโยชน์ของมันเทศญี่ปุ่นที่จะทำให้เพื่อนๆ มีความสุขจากการรับประทานของว่างชนิดมากขึ้นค่ะ

มิตาราชิดังโกะ

ประโยชน์ของมันเทศ

มันเทศเป็นอาหารที่มีค่า GI (Glycemic index) หรือค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวและขนมปังในปริมาณเดียวกัน เมื่อรับประทานเข้าไปจึงช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นเร็วเกินไป ทำให้รู้สึกอิ่มท้องนานและป้องกันการสะสมของไขมันในร่างกายได้ดี นอกจากนี้มันเทศยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ได้แก่ วิตามินซีที่ทนความร้อนได้ดี เส้นใยอาหารที่ช่วยให้การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดี เมื่อการขับถ่ายดีจะทำให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดี ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงและมีผิวพรรณสวยงามไปด้วย อีกทั้งมันเทศญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยกรดคลอโรจีนิกซึ่งเป็นโพลีฟีนอลชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ขจัดสารอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย ส่งผลในการช่วยชะลอความแก่ได้ดี ทั้งนี้กรดคลอโรจีนิกจะมีมากในบริเวณใกล้ผิวเปลือกของมันเทศ การรับประทานมันเทศทั้งเปลือกจะช่วยให้ร่างกายรับกรดคลอโรจีนิกได้อย่างเต็มที่

วิธีทำโมจิมันเทศญี่ปุ่นราดซอสมิตาราชิ

วัตถุดิบ

  • มันเทศญี่ปุ่น 200 กรัม
  • แป้งมันฝรั่ง 4 ช้อนโต๊ะ
  • นม 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมัน 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมซอสมิตาราชิ

  • น้ำ 100 มิลลิลิตร
  • แป้งมันฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำมันเทศญี่ปุ่นที่ปอกเปลือกออกแล้ว 200 กรัม มาหั่นให้มีความกว้างยาวประมาณ 1 เซนติเมตร จากนั้นนำใส่ในภาชนะทนร้อน ปิดหลวมๆ ด้วยพลาสติกแรป แล้วนำเข้าไมโครเวฟที่ 600 วัตต์ เป็นเวลา 4 นาที

2. นำมันฝรั่งที่นิ่มมาบดให้ละเอียด เติมนมและแป้งมันฝรั่งลงไป คนผสมให้เข้ากัน

3. นำส่วนผสมมาปั้นเป็นก้อนคล้ายเหรียญขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตรและความหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร

4. ตั้งกระทะบนไฟอ่อน เติมน้ำมันลงไป นำก้อนมันเทศทอดในกระทะและปิดฝาไว้ประมาณ 5 นาที จนมันสุกเป็นสีน้ำตาล แล้วจึงกลับด้านทอดต่อโดยปิดฝา กระทะอีก 5 นาที

 

5. ตักโมจิมันเทศขึ้นมาใส่จานรอไว้ นำส่วนผสมซอสมิตาราชิที่คนจนเข้ากันใส่ลงไปในกระทะที่ตั้งบนไฟอ่อน คนจนส่วนผสมใสและหนืดแล้วจึงปิดไฟ จากนั้นจึงเติมโมจิมันเทศลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วตักเสิร์ฟได้ตามชอบ ทั้งนี้หากรับประทานในขณะที่ยังอุ่นจะยิ่งอร่อย

เมนูดังกล่าวเป็นของว่างซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หากหามันเทศญี่ปุ่นไม่ได้ก็ใช้มันเทศของไทยแทนได้ค่ะ มีเวลาลองทำดูนะคะ    UFABET เว็บตรง

แมสก์ปังๆ จากเมล่อนปัง สร้างรอยยิ้มในช่วงสถานการณ์โควิด

แมสก์ปังๆ จากเมล่อนปัง สร้างรอยยิ้มในช่วงสถานการณ์โควิด

สถานการณ์โควิดในตอนนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกเครียดและกังวลกับเรื่องต่างๆ แต่วันนี้เรามีเรื่องสร้างรอยยิ้มเล็กๆ จากญี่ปุ่นมาฝากค่ะ ด้วยสินค้าไอเดียกระฉูดช่วยสร้างความสุขให้ผู้ที่พบเห็น นั่นก็คือ หน้ากากอนามัยจากเมล่อนปังค่ะ

Mask Pan หน้ากากอนามัยกินได้ชิ้นแรกของโลก

บริษัท Goku no Kimochi THE LABO (株式会社 悟空のきもち THE LABO) ได้เปิดตัวหน้ากากอนามัยที่ทำจากเมลอนปังในชื่อ “Mask Pan” ความแหวกแนวนี้ได้รับการสนับสนุนขนมเมลอนปังจากร้าน “Melon de melon” ในกรุงโตเกียว ซึ่งสินค้าพิเศษนี้วางจำหน่ายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ค่ะ จุดเริ่มต้นมาจากนักศึกษาญี่ปุ่นอายุ 19 ถึง 20 ปีที่หลงใหลในกลิ่นหอมของขนมปัง หน้ากากอนามัยชิ้นนี้จึงเป็นสินค้าที่ผลิตเอาใจคนรักกลิ่นหอมๆ ของขนมปังโดยเฉพาะเลย และถือว่าเป็นหน้ากากอนามัยกินได้ชิ้นแรกของโลกด้วย

ประสิทธิภาพการป้องกันละอองฝอยน้ำลายค่อนข้างดีมาก

นอกจากความแปลกใหม่หลุดโลกแล้ว ในเรื่องของประสิทธิภาพก็ไม่น้อยหน้า เพราะจากการทดสอบประสิทธิภาพของตัวสินค้าที่ดำเนินการโดยสถาบันวิจัย UNITIKA GARMENT TECHNOLOGY CO.,LTD ซึ่งเป็นสถาบันทดสอบหน้ากากอนามัยที่ดำเนินการทดสอบในเดือนเมษายน พบว่าเมล่อนปังให้ประสิทธิภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่าหน้ากากอนามัยปกติในท้องตลาดในแง่ของการทดสอบการป้องกันละอองฝอยน้ำลาย นอกจากนี้ ส่วนล่างของตัวเมลอนปังยังถูกผลิตขึ้นเป็นพิเศษและอาศัยประโยชน์จากความอ่อนนุ่มของขนมปังเพื่อรองรับให้พอดีกับจมูกและปากของเรา ซึ่งช่วยลดการสูดดมละอองในอากาศที่มีเชื้อไวรัสปะปนได้ด้วย

ทดสอบการป้องกันละอองฝอยน้ำลาย (ไม่มีหน้ากาก)
ทดสอบการป้องกันละอองฝอยน้ำลาย (ไม่มีหน้ากาก)
ทดสอบการป้องกันละอองฝอยน้ำลาย (เมลอนปัง)
ทดสอบการป้องกันละอองฝอยน้ำลาย (เมล่อนปัง)
ทดสอบการป้องกันละอองฝอยน้ำลาย (หน้ากากปกติที่มีจำหน่ายทั่วไป)
ทดสอบการป้องกันละอองฝอยน้ำลาย (หน้ากากปกติที่มีจำหน่ายทั่วไป)

ดังนั้นเมล่อนปังจึงถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบหน้ากากอนามัยแห่งความสุขซึ่งตอบโจทย์คนรักขนมปังอย่างมาก ผู้พัฒนาสินค้าสุดสร้างสรรค์ชิ้นนี้คือนักศึกษามหาวิทยาลัยนฟุกุโอกะและโอกินาวะผู้รักขนมปังมากนั่นเองค่ะ

ก่อนที่จะมีการประกาศขายสินค้าอย่างเป็นทางการ ได้มีการจัดอีเว้นท์แจกหน้ากากอนามัยชิ้นนี้ที่ย่านชิบูย่าและอากิฮาบาระในเดือนที่ผ่านมาด้วย ผลลัพธ์ก็คือสามารถแจกหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ชิ้นหมดภายในเวลาราว 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี บางคนแค่เห็นก็หัวเราะออกมาแล้ว บอกได้เลยว่าสินค้าชิ้นนี้ช่วยสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนในขณะที่ก็ยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสอยู่

 

เห็นหน้าตาน่ารักน่ากิน กลิ่นหอมยั่วใจแบบนี้ อย่าได้เผลอกินเข้าไปนะคะ เพราะทางผู้ผลิตห้ามไว้ด้วยว่าอาจจะทำให้ประสิทธิภาพการป้องกันลดลงได้ สินค้าชิ้นนี้ราคาอยู่ที่ 1,800 เยน (5 ชิ้น) ข้อควรระวังอีกอย่างคือ หน้ากากอนามัยนี้ทำมาจากเมล่อนปังของจริง อายุการใช้งานจึงใช้ได้แค่ภายใน 1 วันก่อนตัวขนมจะละลาย สินค้ามีวันหมดอายุเหมือนขนมปังทั่วไปเลยค่ะ ถึงแปลกแต่ก็น่าลองนะคะ นับว่าเป็นสีสันอย่างหนึ่งที่ทำให้เรายิ้มได้ในช่วงสถานการณ์โควิดตอนนี้ค่ะ    UFABET เว็บตรง

แค่เห็นก็ใจละลาย! รวม 7 คาเฟ่ขนมหวานน้องสัตว์สุดน่ารักจนไม่กล้ากิน

แค่เห็นก็ใจละลาย! รวม 7 คาเฟ่ขนมหวานน้องสัตว์สุดน่ารักจนไม่กล้ากิน

ใครชอบขนมหวาน ชอบถ่ายรูป ชอบน้องสัตว์น่ารัก ๆ เร่เข้ามา วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับคาเฟ่ขนมหวานที่มีเมนูรูปร่างหน้าตาเป็นน้องสัตว์สุดคิ้วต์ที่พร้อมขโมยหัวใจเราไปทันทีที่เห็น รับรองว่าอดยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไม่ได้แน่นอนค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปพบกับ “น้อนนนน” กันเลยค่ะ

89cafe

 

89cafe เป็นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโอซาก้า เดินจากสถานีนากะซากิโจเพียง 4 นาทีก็ถึงแล้ว พอเราก้าวเท้าเข้าไปในร้าน จะเหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกของหนังสือนิทาน ทุกอย่างล้วนน่ารัก สีสันพาสเทลสดใส เหมาะแก่การนั่งชิว ๆ จิบชาเป็นที่สุดค่ะ เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือ “kumuscat no koi no yokan” หรือแปลเป็นไทยได้ว่า รู้สึกถึงความรักของน้องหมี ซึ่งมีการนำคำว่า kuma ซึ่งแปลว่าหมี และ muscat มาจากองุ่นพันธุ์ shine muscat อันมีชื่อมารวมกัน แหม แค่ชื่อก็หวานซึ้งแล้วใช่ไหมล่ะค่ะ ความพิเศษยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเชฟเขาตั้งใจวาดรูปหน้าน้องหมีลงบนองุ่นทีละลูกทีละลูกเลยนะคะ ส่วนข้างในจะเป็นเค้กรสชาติสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน จะไปกี่รอบก็ไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ

yama coffee

yama coffee เป็นคาเฟ่ที่โดดเด่นในเรื่องของกาแฟ ตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ที่นี่เขามีบริการคั่วกาแฟแบบพิเศษตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละคนด้วย แถมยังมีคลาสสอนดริปกาแฟอีกด้วยนะคะ และกาแฟสีดำ ก็มักจะเสิร์ฟมาคู่กับนมสีขาว เอ๊ะ สีดำและสีขาว เพื่อน ๆ คิดถึงตัวอะไรคะ น้องแพนด้านั่นเอง ที่ร้านนี้เขามีมาร์ชแมลโลน้องแพนด้าออกขายเฉพาะช่วงเทศกาลพิเศษเท่านั้น พอเปิดให้จองปุ๊บ ก็หมดปั๊บเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถ้าเพื่อน ๆ ตื่นเช้าสักหน่อย ก็ห้ามพลาดไปชิมขนมปังไส้ครีมน้องแพนด้า เติมพลังความคิ้วต์กันแต่เช้ากันได้ค่ะ

Crepes de Anne

 

ยังอยู่กันที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจินะคะ ความจริงแล้วถ้าเราเดินจากสถานีนาโกย่าไปสัก 4 นาทีก็จะเจอร้าน Crepes de Anne ซึ่งขายเครปเย็นและชานมไข่มุกเมนูสุดฮิตของเหล่าวัยรุ่นค่ะ เมนูที่พลาดไม่ได้คือเครปน้องสัตว์ ที่ทางร้านจะบรรจงแต่งแต้มเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ให้ ไม่ว่าจะเป็นน้องหมู น้องเม่น แถมแต่ละตัวนี่ทางร้านเขาตั้งชื่อให้ด้วยนะคะ น่ารักจริง ๆ เลย ส่วนรสชาติก็รับประกันความอร่อยด้วยแป้งเครปนุ่มหนึบที่มีส่วนผสมของเนยจากฮอกไกโดค่ะ

JTRRD cafe

 

ถ้าใครอยากทานเมนูขนมหวานที่ทั้งน่ารักและสวยงามราวกับผลงานศิลปะต้องที่ JTRRD cafe ในจังหวัดโอซาก้าเลยค่ะ ที่นี่เน้นการตกแต่งขนมและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะสั่งเมนูไหนก็อดถ่ายลง Instagram ไม่ได้เลย แบบน่ารัก ๆ ก็จะมี maritozzo หน้าน้องหมี และมาร์ชเมลโลน้องหมีสีสันสวยงามที่สามารถเพิ่มเป็นท็อปปิ้งของเครื่องดื่มและไอศกรีมต่าง ๆ ได้ด้วยนะคะ อยากได้แบบไหนก็ลองสั่งทางร้านได้เลย

Paku Paku Kumo Kuma Dou

 

ร้านนี้แค่ชื่อก็ฟังดูน่ารักแล้วใช่ไหมล่ะคะ Paku Paku เนี่ย เป็นเสียงภาษาญี่ปุ่นแปลเป็นไทยได้ประมาณคำว่า หม่ำ ๆ ส่วน Kumo แปลว่า เมฆ Kuma แปลว่าน้องหมี และ Dou ก็คืออาคารห้างร้านค่ะ ถ้าจะให้แปลรวม ๆ ก็คือ ร้านน้องหมีปุกปุยหม่ำ ๆ ร้านนี้อยู่ในโตเกียว แน่นอนว่าเมนูเด่นก็เป็นไปตามชื่อร้าน เป็นน้ำแข็งไสหน้าน้องหมีที่มีสีขาวปุกปุยเหมือนก้อนเมฆและก็น่าหม่ำสุด ๆ ที่นี่เขาเปลี่ยนรสชาติของน้ำแข็งไส และหน้าตาของน้องหมีไปตามสัปดาห์และตามฤดูกาลด้วยนะคะ แฟนพันธุ์แท้ต้องไปเก็บให้ครบค่ะ

BI AN CA

 

 

เมืองแห่งขนมหวานอย่างเกียวโตก็ไม่น้อยหน้า ขอส่งคาเฟ่ BI AN CA เข้าประชันความน่ารักด้วยเมนูเค้กที่ตกแต่งด้วยเมอร์แรงน้องสัตว์หลากหลายสไตล์ ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบและฤดูกาาล ตัวเนื้อเค้กเองก็มีหลายชนิดหลายรสชาติให้เลือก เพื่อน ๆ จะได้สนุกสนานกับการจับคู่เอาเค้กตัวนี้ไปแต่งหน้าด้วยน้องสัตว์ตัวนู้นอย่างไม่มีวันเบื่อเลยล่ะค่ะ

HAT COFFEE

 

กินขนมหวานกันมาเยอะแล้ว สุดท้ายนี้เรามาปิดกันด้วยกาแฟแสนน่ารักกันดีกว่าค่ะ ร้าน HAT COFFEE เป็นร้านลาเต้อาร์ตโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ความพิเศษของลาเต้อาร์ตร้านนี้ก็คือเขาเป็นแบบ 3D ค่ะ โดยทางร้านจะรังสรรค์ฟองนมออกมาให้เป็นรูปน้องสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้องหมี หรือตัวการ์ตูนให้นูนออกมาจากแก้วราวกับมีชีวิตจริง ๆ รับรองว่าน่ารักจนไม่กล้ากินเลยค่ะ ส่วนรสชาติของลาเต้ก็มีหลากหลาย เช่น คาราเมลลาเต้ วานิลลาลาเต้ หรือฮันนี่ลาเต้ก็มีค่ะ

เหล่าขนมหวานน้องสัตว์ที่เราเอามาแนะนำในวันนี้น่ารักถูกใจเพื่อน ๆ ไหมคะ ใครไปชิมร้านไหนมาแล้วบ้าง อย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันได้ ถ้ามีเวลาไปเที่ยวเมื่อไหร่ ผู้เขียนจะตามไปตำทุกร้านเลยล่ะค่ะ            สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

บอกต่อสูตรขนมญี่ปุ่นน่ารักเข้ากับฤดูกาลจากร้าน Kashiwaya Tsuchiya

บอกต่อสูตรขนมญี่ปุ่นน่ารักเข้ากับฤดูกาลจากร้าน Kashiwaya Tsuchiya

เป็นที่รู้กันว่าขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมนั้น มีความพิถีพิถัน หน้าตาสวยงาม แถมสีสันและรูปร่างของขนมแต่ละชิ้นก็มีความหมายลึกซึ้ง สะท้อนถึงฤดูกาลหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ เจ้าขนมญี่ปุ่นสีเขียวใสราวมรกตด้านบนก็เช่นกันค่ะ ขนมชิ้นนี้มีชื่อว่า “kasane – shoka -” (kasane -初夏-) เป็นขนมจากร้านเก่าแก่อย่าง Kashiwaya Tsuchiya ในจังหวัดกิฟุ วันนี้เราจะมาดูกันว่ากว่าจะออกมาเป็นขนมญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักสดใสชิ้นนี้ ต้องใช้จินตนาการและความพิถีพิถันมากแค่ไหน แถมเชฟของร้านยังมาบอกสูตรขนมกันด้วย พิเศษสุด ๆ เลยค่ะ

ขนม kasane – shoka –

 

เพื่อน ๆ ดูภาพด้านบนแล้วคิดว่าขนม kasane – shoka – นี้ทำจากอะไรบ้างคะ แล้วคิดว่าจะมีรสชาติอย่างไร ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก เฉลยก็คือ kasane – shoka – นี้เป็นขนมที่ทำจาก kanten (寒天) ซึ่งก็คือวุ้นที่ทำจากสาหร่ายเอามาผสมกับน้ำตาล ใช้ทักษะการทำขนม kohakutou (琥珀糖) ซึ่งเป็นขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเอามาประยุกต์ พอตักเข้าปากไปจะรู้สึกถึงความกรอบนอก ดึ๋งในแบบวุ้น รสชาติหวานอร่อย เหมาะกับการทานคู่กับกาแฟหรือชาเข้ม ๆ ส่วนสีเขียวสดใสที่ไล่เฉดกันไปของตัวขนมต่างก็บ่งบอกถึงรสชาติที่ต่างกัน โดยสีเขียวเข้มสุดด้านบนจะเป็นรสมิ้นต์ ตรงกลางเป็นรสองุ่นมัสแคท ส่วนสีอ่อนสุดตรงท้ายเป็นรสแอปเปิ้ลเขียวค่ะ

วิธีทำ kasane – shoka –

 

เอาล่ะค่ะ มาถึงส่วนที่เราตั้งหน้าตั้งตารอกันแล้ว เชฟของร้านได้บอกวิธีทำ kasane – shoka – ไว้อย่างละเอียดเลยทีเดียว รับรองว่าทำตามได้แน่นอนค่ะ อย่างที่บอกไปว่าส่วนผสมหลัก ๆ มีแค่ 2 อย่างเท่านั้น นั่นก็คือ kanten และน้ำตาล (ใครที่ต้องการหาซื้อ kanten ในประเทศไทยลองหาภาษาอังกฤษ agar-agar ดูนะคะ) ก่อนอื่นเลยเราต้องเอา kanten รูปแบบเส้นมาแช่น้ำไว้หนึ่งคืน เน้นนะคะว่ารูปแบบเส้น เพราะ kanten มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบก้อน แบบเส้น แบบผง ในการทำขนมชิ้นนี้เราจะใช้ kanten แบบเส้น ที่มีลักษณะเหมือนวุ้นเส้นแห้งเส้นสั้น ๆ นะคะ พอแช่น้ำจนอิ่มตัวแล้วเราก็ต้ม kanten จนละลายหมด จากนั้นก็เติมน้ำตาลลงไป ต้มต่อพอได้ที่ก็เติมรสชาติที่ต้องการ และถ่ายลงแม่พิมพ์ ทิ้งไว้ครึ่งวัน พอแข็งตัวดีแล้วก็นำออกมาพิมพ์และเสียบไม้ สุดท้ายก็ตากให้แห้งไว้สัก 3-5 วันก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

ตามสูตรที่เชฟบอกว่าแม้จะไม่ได้บอกสัดส่วน แต่ส่วนมากข้างซอง kanten เขาจะเขียนปริมาณของน้ำที่เหมาะสมไว้อยู่แล้ว เพื่อน ๆ สามารถใช้อ้างอิงดูได้นะคะ

จุดเริ่มต้นของ kasane – shoka –

 

ขอบอกเลยว่าจุดเริ่มต้นของขนมชิ้นนี้มีความลึกซึ้งและเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก แรงบันดาลใจหลักของขนมชิ้นนี้คือการใช้สีสะท้อนถึงฤดูกาลนั่นเอง ความจริงแล้ว คนญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการใช้สีเพื่อสะท้อนฤดูกาลมามากกว่า 1000 ปีแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ในสมัยเฮอัน เหล่าสตรีสูงศักดิ์จะสวมใส่กิโมโนหลาย ๆ ชั้น แต่ละชั้นจะใช้ผ้าที่มีสีแตกต่างกัน ซึ่งจะเลือกสีให้เข้ากับฤดูกาล ก็เลือกสีสันของเสื้อผ้านำมาใส่ซ้อนกันหลายชั้นแบบนี้ เรียกว่า kasane ซึ่งก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อขนมนั่นเองค่ะ แต่พอมาถึงสีสันของขนม คนญี่ปุ่นกลับไม่ได้ใส่ใจและไม่ได้ใช้สีฉูดฉาดสักเท่าไหร่ จนเมื่อขนมฝรั่งเริ่มเข้ามา ผู้คนก็เริ่มชื่นชอบหน้าตาและสีสันน่ารักของขนม เชฟจึงอยากทำให้ขนมญี่ปุ่นมีหน้าตาและสีสันน่ารักบ้าง จึงเลือกนำขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่าง kohakutou มาประยุกต์ดู สำหรับ kasane สีเขียวสดใสนี้ เชฟต้องการสะท้อนถึงช่วงต้นฤดูร้อน หรือ shoka (初夏) ในภาษาญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ

เสียงจากโลกโซเชียล

 

 

แน่นอนว่าขนมน่ารักขนาดนี้ คนแย่งซื้อกันรัว ๆ แน่นอน พอทางร้านออกวางขายผ่านช่องทางออนไลน์ปุ๊ป ก็ขายหมดภายในไม่กี่นาที แถมพอวางขายที่ร้าน ก็มีลูกค้าที่ดั้นด้นเดินทางไกลเพื่อมาซื้อขนมชิ้นนี้โดยเฉพาะ ในโซเชียลอย่าง twitter ก็เป็นที่โด่งดัง ความ rare ไม่ได้หมดเพียงเท่านี้นะคะ เพราะขนม kasane – shoka – นี้ มีเชฟทำเพียงแค่คนเดียว ทำด้วยมืออย่างพิถีพิถันทีละชิ้นทีละชิ้น ทำให้นำออกวางขายได้ไม่มากนัก ใครเร็วกว่าคนนั้นได้ไปค่ะ นอกจากนี้ ทางเชฟยังบอกอีกว่าจะลองคิดค้นสีและรสชาติใหม่ ๆ เพื่อสะท้อนถึงฤดูกาลอื่น ๆ ด้วย ณ ตอนนี้ นอกจาก kasane -shoka- ที่สะท้อนถึงช่วงต้นฤดูร้อนแล้ว ก็ยังมี kasane – haru – ที่สะท้อนถึงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วยนะคะ

ใครอยากลองลิ้มรสขนมซีรีย์ kasane นี้ สามารถหาซื้อได้ทาง online shop ของร้าน Kashiwaya Tsuchiya หรือซื้อที่ร้าน 3 แห่งดังต่อไปนี้ค่ะ ราคาเพียงกล่องละ 702 เยนเองนะคะ    UFABET เว็บตรง

ร้าน Kashiwaya Tsuchiya
ที่อยู่ 1766 Miwachou, Ookagi-shi, Gifu
แผนที่

ร้าน Kashi no Kirakucho
ที่อยู่ Roppongi Hills, 6-10-1 Roppongi, Minato-ku, Tokyo
แผนที่

ร้าน THE GIFTS SHOP
ที่อยู่ 1-10-1 Hashimotochou, Gifu-shi, Gifu
แผนที่

สรุปเนื้อหาจาก livedoor

GLOBAL CABIN โรงแรมแคปซูลในโตเกียว กับความสะดวกระดับ VIP

GLOBAL CABIN โรงแรมแคปซูลในโตเกียว กับความสะดวกระดับ VIP

ไม่ทำให้แฟนๆ นักเดินทางและผู้มาเยือนต้องผิดหวัง สำหรับ GLOBAL CABIN โรงแรมแคปซูลที่เมื่อเดือนธันวาคมปี 2017 แค่ได้ยินว่าเป็นเครือของโรงแรม DORMY INN ใครที่เคยไปพักน่าจะได้รับความสะดวกสบายและประทับใจได้ไม่น้อย จุดขายของโรงแรมนี้ไม่ใช่ความหรูหราหรือการบริการระดับห้าดาว แต่เป็นความเฉพาะตัวที่แตกต่างและพิเศษไม่เหมือนโรงแรมทั่วไป ความสะดวกสบายขั้นสุดสำหรับผู้มาเยือนที่มีบ่อน้ำร้อน ซาวน่า และบะหมี่โซบะตอนกลางคืนบริการฟรี เป็นการบริการชั้นดีให้กับผู้พักในราคาที่จับต้องได้ง่าย

GLOBAL CABIN หรือที่มีคำจำกัดความว่า JAPANESE CABIN STYLE เปิดตัวสาขาแรกในย่าน Tokyo Suidobashi และยังมีแพลนขยายตัวกว่าอีก 3 แห่งที่ คือย่าน Yurakucho เปิดช่วงเดือนพฤษภาคม 2018 ย่านYokohama Chukagai เปิดเดือนสิงหาคม 2018 และ Hamamatsu ที่จะเปิดเมื่อ 2017 ความพิเศษของ GLOBAL CABIN ไม่ใช่โรงแรมแคปซูลทั่วไปที่มีขนาดจำกัด ด้วยบรรยากาศของโรงแรมที่ดูสวยงามคล้ายกับเป็นคาเฟ่เก๋ๆ มีความปลอดภัย มีพื้นที่ที่พอเหมาะกำลังดี ประกอบกับคอนเซปต์แบบฉบับโรงแรมเครือ DORMY INN ที่มีบ่อน้ำร้อน ทำให้ GLOBAL CABIN เป็นโรงแรมแคปซูลที่คุ้มค่าคุ้มราคาเป็นอย่างยิ่ง

ประตูทางเข้าของที่พักแคปซูลแต่ละห้องจะถูกปิดด้วยผ้าม่านกั้นปิดแบ่งสัดส่วนอย่างเรียบร้อย แต่ไม่มีกุญแจล็อคด้านนอก ระหว่างทางเดินเครื่องฟอกอากาศและพัดลมระบายอากาศ เมื่อเข้ามาภายในห้อง จะเห็นส่วนของห้องนอนที่คล้ายกับกล่องแคปซูลแต่ก็ไม่ใช่สักทีเดียว เพราะยังมีพื้นที่จัดสรรปันส่วนขนาดพอประมาณสำหรับโต๊ะและเก้าอี้ และมีทั้งที่นอนที่ติดตั้งโทรทัศน์ไว้อย่างเรียบร้อย บนเตียงนอนจะมีโทรทัศน์ที่สามารถดูได้อย่างสะดวกสบายราวกับเป็นห้องนอน พื้นที่ค่อนข้างกว้างและสบายเมื่อเทียบกับห้องพักแคปซูลทั่วไป

สำหรับพื้นที่ของโต๊ะทำงานนั้น อาจจะไม่ได้ถึงกับกว้างมากมาย แต่มีพื้นที่พอประมาณ พร้อมครบครันด้วยรูปลั๊กไฟ เต้าเสียบ และสายชาร์จ USB

 

ถึงแม้จะเป็นโรงแรมแคปซูลที่ไม่ได้ปิดทึบ ภายในโรงแรมก็มีอุปกรณ์ต่างๆเช่นที่อุดหูและเทปปิดจมูกเพื่อกันเสียงกรนให้ด้วย ในส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันอย่างห้องน้ำและบ่อน้ำร้อนก็มีเครื่องใช้และอุปกรณ์ส่วนตัวตระเตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอาง แชมพู โลชั่น ครีมน้ำนม สบู่ ซึ่งเป็นผลติภัณฑ์ของแบรนด์ POLA และ SHISEIDO

กลับมากันที่เรื่องความปลอดภัย แม้ว่าห้องแคปซูลจะไม่มีกุญแจล็อค แต่สามารถเก็บสัมภาระและของมีค่าไว้ในตู้เซฟในห้องได้เลย ซึ่งขนาดของตู้ก็ใหญ่พอที่จะเก็บคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คหรือกล้องได้สบายๆ เลยทีเดียว

 

ในเรื่องของการแบ่งสัดส่วนก็จัดประเภทแบ่งแยกชั้นของผู้หญิงผู้ชายไว้อย่างชัดเจน ในตอนเช็คอินเข้าห้องพักเราจะได้รับสายข้อมือริสแบนด์สำหรับใช้เวลาขึ้นลิฟต์เพื่อเข้าพื้นที่แยกหญิงและชาย และใช้เวลาเข้าโรงแรมเป็นการกรองผู้เข้าพักเพื่อรักษาความปลอดภัย ดังนั้นถึงจะมาพักคนเดียวก็อุ่นใจสุดๆ

แม้ว่าโรงแรมแคปซูลจะเหมาะสำหรับผู้เข้าพักหนึ่งคน แต่ทางโรงแรม GLOBAL CABIN ยังรองรับลูกค้าที่มาพักสองคนอีกด้วย สะดวกแบบไหนสามารถเลือกที่พักได้ตามชอบใจเลย นอกจากนี้ยังมีแคมเปญพิเศษของทางโรงแรม หากพักในคืนวันศุกร์ ผู้พักจะได้รับอาหารเช้าในแพคเกจในราคา 8,280 เยน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มมาก หากเปรียบเทียบกับโรงแรงประเภท Business Hotel หรือโรงแรมแคปซูลในละแวกเดียวกัน

จบการรีวิวที่พักแคปซูลแบบใหม่จาก GLOBAL CABIN หวังว่าจะเป็นตัวเลือกให้ทุกๆคนในการจัดทริปในโตเกียวได้นะคะ สำหรับการไปโตเกียวในครั้งหน้า เห็นทีว่าจะต้องไปลองพักดูสักครั้งให้ได้เลยล่ะค่ะ    UFABET เว็บตรง

รายละเอียด
ชื่อโรงแรม : GLOBAL CABIN SUIDOBASHI
เว็บไซต์จองออนไลน์ : RESERVATION

Orbi Yokohama พิพิธภัณฑ์ที่ยกธรรมชาติมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

Orbi Yokohama พิพิธภัณฑ์ที่ยกธรรมชาติมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

Orbi Yokohama (オービィ横浜) พิพิธภัณฑ์ที่เน้นการนําเสนอธรรมชาติในรูปแบบของภาพเคลื่อนไหว ให้ได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้ธรรมชาติของโลกอย่างใกล้ชิดผ่านจอขนาดยักษ์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2013 มีผู้เข้าชมมากกว่า 2 ล้านกว่าคน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมอย่างมาก โดยการปรับปรุงใหม่นี้ได้เพิ่มโซนที่สามารถสัมผัสธรรมชาติของจริงและสัตว์นานาชนิด พร้อมทั้งยังมีการนำเสนอผ่านภาพเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันกับของจริงที่ตั้งโชว์และสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวไปมาอีกด้วย ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2018 ได้เปิดโซนใหม่ดังนี้

Animal Garden

โซนที่จัดให้มีสัตว์น่ารัก สัตว์แปลกๆมากมายมาวิ่งเล่นไปมาให้ได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็น คาปิบาระ เมียร์แคต อาร์มาดิลโล เป็นต้น

 

Cat Paradise

โซนนี้จะเต็มไปด้วยแมวน่ารักๆ ที่มีกว่า 12 ชนิด 20 ตัว ให้ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

 

Animal Studio

โซนที่ให้ผู้เข้าชมได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับสัตว์มากมาย

 

Flight Training

โซนนี้จะได้สัมผัสกับนกฮูก นก ที่บินไปมาและเกาะตามกิ่งไม้ต่างๆ

 

Multiple Space

โซนนี้จะเป็นโซนที่จัดแสดงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ และนอกจากนี้ก็มีการจัดแสดงเกี่ยวกับธรรมชาติ และจอสกรีนที่ฉายภาพเคลื่อนไหวอีกมากมายให้ได้ชมกันอย่างจุใจ

 

 

ข้อมูล Orbi Yokohama (オービィ横浜)
ที่อยู่ : MARK IS Minato Mirai 5F, 3 Chome-5-1 Minatomirai, Nishi-ku, Yokohama-shi, Kanagawa
เวลาทำการ : 9.00-21.00 น.
ค่าเข้า : เฉพาะบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่ 800 เยน/ เด็กมัธยม 500 เยน/ เด็กประถม 300 เยน/ เด็กเล็ก (4-6 ขวบ) ฟรี/ ผู้สูงอายุ 300 เยน
(**หากต้องการเข้าโซน Animal Garden Cat Paradise Animal Studio เพิ่มเงินอีก 500 เยน/30 นาที)
พาสปอร์ต (บัตรผ่านประตู+ฟรีพาส) ผู้ใหญ่ 2,200 เยน/ เด็กมัธยม 1,800 เยน/ เด็กประถม 1,500 เยน/ เด็กเล็ก (4-6 ขวบ) 1,200 เยน/ ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) 1,700 เยน
การเดินทาง : สถานี Minatomirai มีทางเชื่อมเดินถึงทันที หรือสถานี Sakuragicho เดินเท้า 8 นาที

เว็บไซต์:  orbiearth

ใครที่ชื่นชอบพิพิธภัณฑ์ที่ออกแนวธรรมชาติ พลาดไม่ได้กับ Orbi Yokohama นอกจากจะได้ความรู้มากมายแล้ว ยังได้สัมผัสความน่ารักของสัตว์นานาชนิดอีกด้วย    UFABET เว็บตรง

ด่วน!!โตเกียวมาราธอน 2020 ประกาศยกเลิกนักวิ่งทั่วไป เหลือไว้เฉพาะให้นักวิ่งระดับ Elite ลงแข่งเท่านั้น

ด่วน!!โตเกียวมาราธอน 2020 ประกาศยกเลิกนักวิ่งทั่วไป เหลือไว้เฉพาะให้นักวิ่งระดับ Elite ลงแข่งเท่านั้น

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ (วันที่ 17 ก.พ.) ผู้จัดงานโตเกียวมาราธอนได้ประกาศยกเลิกไม่ให้นักวิ่งทั่วไปลงวิ่งในงานโตเกียวมาราธอน 2020 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมที่จะถึงนี้ ยกเว้นเฉพาะนักวิ่งระดับ Elite ที่จะสามารถลงแข่งขันในงานนี้ได้ เนื่องจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น

คุณสมบัติของนักวิ่งระดับ Elite ที่สามารถสมัครลงวิ่งโตเกียวมาราธอนนั้น นักวิ่งชายต้องทำความเร็วในฟูลมาราธอนที่ต่ำกว่า 2:21 ชั่วโมง และนักวิ่งหญิงต้องทำความเร็วในฟูลมาราธอนที่ต่ำกว่า 2:52 ชั่วโมง โดยนับสถิติตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2017 เป็นต้นไป รวมชายหญิง 200 คน และ ณ ตอนนี้ นักวิ่งผู้พิการนั่งรถเข็นระดับ Elite ชายและหญิงจำนวน 30 คนยังคงสามารถลงวิ่งในงานนี้ได้ด้วยเช่นกัน

โตเกียวมาราธอนได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจากนักวิ่งญี่ปุ่นเองหรือแม้แต่นักวิ่งต่างชาติก็ต่างให้ความสนใจสมัครกันอย่างล้นหลาม โดยจำนวนนักวิ่งแต่ละปีมีมากถึง 38,000 คน ดังนั้นวิ่งหลาย ๆ คนที่ต้องฝันสลายไม่ได้ลงแข่งในงานนี้คงมีไม่น้อยเลยนะคะ แต่ ณ ตอนนี้การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาในญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเรือสำราญไดมอนด์ปรินส์เซสที่ยังคงพบผู้ติดมากขึ้นอย่างไม่มีท่าทีจะหยุดยั้งการแพร่กระจายนี้ได้ การตัดสินใจของผู้จัดงานโตเกียวมาราธอนนี้อาจไม่ถูกใจนักวิ่งที่ได้รับเลือกลงวิ่งในงานนี้ แต่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส นี่ก็น่าจะเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดค่ะ        UFABET เว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. นักวิ่งใส่หน้ากากอนามัยวิ่งในงานวิ่งคุมาโมโตะมาราธอนท่ามกลางวิกฤติไวรัสโคโรนาระบาด
  2. โปรเจกต์ใหม่ต้อนรับปี 2020 ของ 2 หนุ่มจอห์นนี่ส์! “นากาจิมะ เคนโตะ” และ “ฮิราโนะ โช”
  3. SONY เปิดตัวโลโก้ “PlayStation 5” เตรียมวางจำหน่ายปลายปี 2020
  4. Tokyo 2020 เปิดบัญชีทางการบนแอปฯ TikTok

อิ่มอร่อยกับ 5 ร้านซูชิดี ๆ ที่โตเกียว

อิ่มอร่อยกับ 5 ร้านซูชิดี ๆ ที่โตเกียว

ซูชิเป็นอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคเอโดะ เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ที่โตเกียวมีร้านซูชิอยู่มากมาย พ่อครัวซูชิแต่ละร้านต่างก็เอาใจใส่อย่างพิถีพิถัน ทั้งในเรื่องความสดใหม่ของวัตถุดิบ แหล่งผลิตของวัตถุดิบ เทคนิคการทำ และการจัดเตรียมวัตถุดิบ วันนี้เราจึงอยากแนะนำร้านซูชิดี ๆ ในโตเกียวสัก 5 ร้านให้กับเหล่าคนรักการทานซูชิ

[อุเมะงาโอกะซูชิโนะมิโดริ] ร้านซูชิยอดฮิตอร่อยกันได้ในราคาไม่แพง

 

ร้านอุเมะงาโอกะซูชิโนะมิโดริ เดิมทีเปิดร้านอยู่ที่ย่านอุเมะงาโอกะ เขตเซตะงายะตั้งแต่ปี 1963 ปัจจุบันขยายกิจการถึง 6 สาขาภายในตัวเมือง เป็นร้านที่เสียงตอบรับดีเยี่ยม เนื่องจากใช้เครื่องซูชิสดใหม่ตามฤดูกาล ส่งตรงจากตลาดสึกิจิ ปริมาณที่ให้ก็เต็มอิ่ม จำหน่ายในราคาย่อมเยา มีเซ็ตเมนูราคาสมเหตุสมผลให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้งซูชิตามใจพ่อครัว (3,024 เยน), ซูชิชุดพิเศษ (1,728 เยน) ภายในร้านมีพื้นที่กว้างขวาง (82 ที่นั่ง) พ่อครัวนิสัยร่าเริง พูดจาเสียงดังฉะฉาน บรรยากาศในร้านจึงคึกคักเป็นพิเศษ

ร้านอุเมะงาโอกะซูชิโนะมิโดริ สาขาใหญ่กินซ่า
ที่อยู่: 7-2 Tokyo-freeway Yamashita-Bld 1F ahead of number 72, Ginza, Chuo-ku, Tokyo, 104-0061, Japan

[โยชิโนะซูชิ] ร้านเก่าแก่เปิดมาตั้งแต่ปี 1879

 

สมัยเปิดร้านใหม่ ๆ ตลาดปลายังอยู่ที่นิฮมบาชิ ทางร้านจึงทำซูชิตำรับเอโดะ (เอโดะมาเอะซูชิ) ด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากนิฮมบาชิ ราคาไม่แพง ซูชิตำรับเอโดะของร้านนี้มีจุดเด่นที่ความสวยและเงางาม มีการปรุงแต่งให้เหมาะกับวัตถุดิบแต่ละอย่าง ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า [นิกิริ] กับ [สึเมะ] ทุกเช้าจะทำการคัดสรรวัตถุดิบเป็นอย่างดี เพื่อเอามาทำซูชิตำรับเอโดะจำหน่ายในราคาสมเหตุสมผล (ชุดมื้อกลางวัน สนนราคาตั้งแต่ 2,160 เยน ส่วนชุดมื้อเย็น สนนราคาตั้งแต่ 8,640 เยน)

โยชิโนะซูชิ สาขาใหญ่
ที่อยู่: 3-8-11, Nihonbashi, Chuou-ku, Tokyo, 103-0027, Japan

[สึกิจิทามะซูชิ] ลองมาปั้นซูชิกินกันเองเลยที่ร้าน

 

สึกิจิทามะซูชิเป็นร้านซูชิตำรับเอโดะ ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1924 มีห้องส่วนตัวรองรับลูกค้าได้ตั้งแต่ 4-40 คน ทางร้านมีคอร์สเมนูให้เลือกหลากหลาย ตามงบกับจำนวนคน ใช้วัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากสึกิจิ จะสั่งซาชิมิหรือโยเซะนาเบะ (หม้อไฟรวมมิตร) มากินก็ยังได้ นอกจากนี้ยังเป็นร้านต้นกำเนิดเทะมากิซูชิ (ซูชิบอล) มีเทะมากิซูชิให้ได้ลิ้มลองกันในราคาไม่แพง แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นก็คือ มีคอร์สทดลองปั้นซูชิสำหรับคนต่างชาติ โดยจะมีพ่อครัวคอยสอนให้ปั้นซูชิกินกันเองเลย แต่บริการนี้มีเฉพาะสาขาถนนฮารุมิ วันเสาร์เท่านั้น และต้องโทรไปจองล่วงหน้าด้วย สนนราคาท่านละ 8,640 เยน

สึกิจิทามะซูชิ สาขาถนนฮารุมิ
ที่อยู่: 104-0045 tokyo-to Chuou-ku Tsukiji 2-15-19 Millenium Tsukiji 1-2F and B1
สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุด: Tsukiji Eki(Tokyo Metro Hibiya-sen)
หมายเลขโทรศัพท์: 03-3541-0022

[ซูชิทาเควากะ] ร้านซูชิตำรับเอโดะที่คนท้องถิ่นรัก

เพียงลงรถไฟที่สถานีรถไฟสึกิจิและเดินเพียง 1 นาทีก็จะพบกับร้านซูชิทาเควากะ ร้านซูชิที่คนท้องถิ่นแนะนำ ด้วยความที่มีคนท้องถิ่นมาเยือนเป็นประจำ ซูชิทาเควากะจึงเป็นร้านที่มีบรรยากาศสบายๆ และสามารถพาเพื่อนและครอบครัวมาอิ่มอร่อยกับซูชิตำรับเอโดะกันได้ในราคาย่อมเยา ชุดมื้อกลางวันสนนราคาตั้งแต่ 1,450 เยน จนถึง 3,240 เยน

ซูชิทาเควากะ
ที่อยู่: 104-0045 tokyo-to, Chuo City, Tsukiji, 2 Chome−14−8 Higashi Ginza Plaza Building 1F
สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุด: Tsukiji Eki (Tokyo Metro Hibiya-sen)

[ซูชิอุเกทสึ เมจิโระ] ซูชิเรียบหรูที่ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ซูชิอุเกทสึ เมจิโระตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเมจิโระเพียงเดิน 2 นาทีถึง ภายในร้านคือบรรยากาศโมเดิร์นสะอาดตาน่านั่ง มีทั้งที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ให้ชมฝีมือการปั้นซูชิอย่างใกล้ชิด หรือจะนั่งที่โต๊ะเพื่อพูดคุยกับเพื่อนร่วมทางได้ สำหรับเมนูในร้านนับว่ามีหลากหลายและใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ถึงอย่างนั้น ที่นี่ก็เป็นร้านที่มือใหม่หัดอร่อยกับซูชิสามารถเข้ามาได้อย่างไม่เคอะเขินเพราะพนักงานที่นี่ยินดีช่วยแนะนำเมนูซูชิให้อย่างเป็นกันเอง ความพิเศษของร้านนี้คือราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะที่นี่เสิร์ฟซูชิชุดมื้อกลางวันในราคาเริ่มต้นเพียง 600 เยนเท่านั้น และช่วงเวลาเสิร์ฟมื้อกลางวันของที่นี่ยังมีตั้งแต่ 11.00 – 17.00 น. อีกด้วย เรียกได้ว่าสามารถมาอร่อยกับซูชิมื้อกลางวันได้อย่างสบายเวลาและสบายกระเป่า

ซูชิอุเกทสึ เมจิโระ
ที่อยู่: 171-00313 tokyo-to, Toshima City, Chome-4-13 Mejiro
สถานีที่อยู่ใกล้ที่สุด: Mejiro Eki

ใครเป็นคอซูชิตัวจริง พลาดร้านเหล่านี้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ถ้ามีโอกาสไปโตเกียว อย่าลืมแวะไปลิ้มลองกันให้ได้นะครับ    UFABET เว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. 7 ที่พักแคปซูล ในโตเกียว ตกแต่งเก๋ ไม่พักได้หรอ
  2. 8 ร้านม็อกเทล (Mocktail) ที่จะให้ความเพลิดเพลินในกรุงโตเกียว
  3. 7 ร้านอาหารตัวอย่างที่คุณสามารถทดลองทำได้ด้วยตนเอง!
  4. มาเลอะ มาเทอะ มาอิ่มเอม แดนซ์กระจายกันที่ Dancing Crab Tokyo!!